๑ ปฐมบทแห่งบาลีไวยากรณ์
ข้อควรศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับบาลีไวยากรณ์
บาลีไวยากรณ์มาจากศัพท์ว่าบาลี+ ไวยากรณ์ศัพท์เดิมคือปาลิ+ วฺยากรณ
ปาลิ(ภาสา) แปลว่า“ภาษาที่รักษาไว้ซึ่งระเบียบแบบแผน”
ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายว่า“ภาษาที่ใช้เป็นหลักในพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท”
ในพจนานุกรมมคธ-ไทย(พันตรีป.หลงสมบุญ) ให้ความหมายว่า“บาลีหรือพระบาลีคือพระพุทธพจน์อันเป็นหลักเดิมได้แก่คําในพระไตรปิฎกจัดเป็นพระปริยัติธรรมบาลีคือคําที่ใช้เป็นหลักในพระพุทธศาสนา”
ในสัททนีติสุตฺตมาลา(พระอัคควังสเถระ) ให้ความหมายว่า“ภาษาที่รักษาไว้ซึ่งพระพุทธพจน์”
และด้วยความที่ภาษาบาลีเป็นภาษาที่รักษาซึ่งพระพุทธพจน์จึงได้รับการยกย่องจากนักไวยากรณ์ว่าเป็นภาษาที่มีความพิเศษถึง๔ประการคือ
๑. มูลภาษา คือภาษาหลักของเสฏฐบุคคล๔จําพวกคือ
๑. อาทิกัปปิยบุคคล(บุคคลในยุคต้นกัปป์)
๒. พรหม
๓. อัสสุตาลาปบุคคล(บุคคลผู้ไม่เคยสดับคําพูดของมนุษย์) และ
๔. พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
๒. ตันติภาษา คือภาษาที่มีแบบแผนมีกฎเกณฑ์ทางไวยากรณ์ที่ชัดเจน
๓. สกานิรุตติ คือภาษาที่พระพุทธเจ้าตรัสและเป็นภาษาหลักในการประกาศพระพุทธศาสนา
๔. อุตตมภาษา คือภาษาชั้นสูง
วฺยากรณแปลว่าการกระทําให้แจ้ง, การทาย, การกล่าวทาย,การคาดการณ์, การยืนยัน, และการพยากรณ์(วิ+ อาบทหน้ากรฺธาตุยุปัจจัยแปลงอิเป็นย= วย= วฺยากรณ)
ในพจนานุกรมพุทธศาสน์ฉบับประมวลศัพท์(ป.อ.ปยุตฺโต) ใช้คําว่า“ไวยากรณ์” และให้ความหมาย๒อย่างคือ
๑. ระเบียบของภาษา วิชาว่าด้วยระเบียบแห่งภาษา
๒. คําหรือข้อความที่เป็นร้อยแก้ว, ความร้อยแก้ว
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายของคําว่าบาลีไวยากรณ์ว่า“ระเบียบของภาษาบาลี” หรือ“การกระทําให้แจ้งซึ่งภาษาบาลี”
คําว่า“บาลีไวยากรณ์” ซึ่งมาจากศัพท์เดิมว่า“ปาลิวฺยากรณํ” เป็นศัพท์นามกิตก์ลงยุปัจจัยเป็นกัตตุรูปกรณสาธนะ
วิ.ว่าปาลึวฺยากโรติเตนาติ= ปาลิวฺยากรณํ(วจนํ) (บุคคลย่อมกระทําให้แจ้งซึ่งภาษาบาลีด้วยถ้อยคํานั้นเพราะเหตุนั้นถ้อยคํานั้นชื่อว่าเป็นเครื่องกระทําให้แจ้งซึ่งภาษาบาลี)
สรุปว่า บาลีไวยากรณ์ แปลว่า ความชัดเจนแห่งระเบียบแบบแผนของภาษาบาลี
------------
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น